วิธีตั้งราคาปล่อยเช่าคอนโด สำหรับมือใหม่สายปล่อยเช่า

post date  โพสต์เมื่อ 27 พ.ย. 2568   view 15
article

วิธีตั้งราคาปล่อยเช่าคอนโด สำหรับมือใหม่สายปล่อยเช่า

ปล่อยเช่าคอนโดให้ “ได้ราคา–ได้ผู้เช่า–ได้กำไร” ไม่ใช่เรื่องของดวง แต่มันคือ “กลยุทธ์” ที่เจ้าของต้องรู้ก่อนลงประกาศ เพราะถ้าตั้งราคาถูกไปก็เสียกำไร แต่ถ้าตั้งแพงไป ผู้เช่าก็ไม่สนใจ แถมปล่อยเช่ายากจนห้องว่างข้ามเดือน ซึ่งทำให้ขาดทุนมากกว่าเดิม

บทความนี้จะช่วยให้คนที่กำลังเริ่มปล่อยเช่าคอนโดทำตามได้ทันที พร้อมข้อคิดสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยง–เพิ่มโอกาสปิดดีลแบบไม่ต้องลดราคาเยอะ

รู้ก่อน…อะไรคือ “ราคาตลาด” ของคอนโดที่เราจะปล่อยเช่า

พื้นฐานของการตั้งราคาปล่อยเช่าที่แม่นที่สุด คือการรู้ราคาตลาดจริง (Market Rent) ในย่านนั้น

✔ วิธีเช็กราคาตลาดแบบง่ายสุด

ไม่ต้องซับซ้อน แค่ดูจาก 3 ที่นี้

  • เว็บไซต์ประกาศขาย–เช่า
     
  • Facebook Marketplace / กลุ่มปล่อยเช่าคอนโดในพื้นที่
     
  • ประกาศปล่อยเช่าในโครงการเดียวกัน
     

✔ ต้องดูอะไรจากประกาศเหล่านี้?

  • ห้องขนาดเท่ากัน
     
  • ชั้นใกล้เคียงกัน
     
  • วิวใกล้เคียงกัน
     
  • การตกแต่งแบบเดียวกัน: ห้องเปล่า / เฟอร์ครบ
     

ให้หาราคาแล้วสรุปออกมาว่า…
👉 ราคากลางในโครงการคือเท่าไรต่อเดือน
(เช่น ห้อง 26 ตร.ม. ปล่อยเช่าเฉลี่ย 12,000–13,000 บาท) นี่คือราคาที่เหมาะเป็นฐานตั้งราคา

ปรับราคาเพิ่ม–ลดตาม “จุดเด่นเฉพาะของห้อง”

ราคาตลาดเป็นแค่ตัวตั้ง แต่ราคาที่เราจะประกาศจริงต้องปรับตาม “ความน่าอยู่ของห้อง”
มี 5 ปัจจัยที่ทำให้ราคาขยับขึ้นได้แบบเห็นผล:

✔ 1) ชั้น (Floor Level)

  • ชั้นสูงกว่าราคาเพิ่ม 500–2,000 บาท
     
  • ชั้นล่าง ห้องติดถนน อาจถูกลง 500–1,000 บาท

 

✔ 2) วิวห้อง

ประเภทวิว

ผลต่อราคา

วิวสระ / วิวเปิดโล่ง

+500 ถึง +2,000

วิวเมือง (Night View)

+1,000 – +3,000

วิวติดอาคาร

-500 ถึง -1,000

 

✔ 3) เฟอร์นิเจอร์ & เครื่องใช้ไฟฟ้า

การมีเฟอร์คุณภาพดีช่วยให้ปล่อยง่ายกว่ามาก เช่น

  • เครื่องซักผ้า +1,000
     
  • ทีวี 55 นิ้ว +500
     
  • เฟอร์บิวท์อิน +1,000–2,000
     

✔ 4) ระยะจากรถไฟฟ้า/คอมมูนิตี้มอลล์

ถ้าเดินไป BTS ได้ใน 3–5 นาที ราคาจะสูงกว่าที่ต้องนั่งวินพอสมควร

✔ 5) ความใหม่ของห้อง

  • ห้องใหม่มือหนึ่ง ราคาแข็งกว่า
     
  • ห้องเก่า แต่รีโนเวทใหม่ → ขายความสะอาดน่าอยู่ได้

อย่าตั้งราคาจาก “ความรู้สึก” แต่ให้ตั้งจากตัวเลขจริง

เจ้าของหลายคนตั้งราคาตามใจ เช่น “ชั้นสูง วิวสวย ขอปล่อย 18,000 ไปเลย!” แต่ไม่ได้ดูว่าตลาดย่านนี้จ่ายไหวแค่ 12,000–14,000 บาท

สุดท้ายประกาศค้างเป็นเดือน เสียโอกาสมากกว่า

✔ ราคาปล่อยเช่าที่ดีควรอยู่ในกฎนี้

👉 ราคาตลาด ± จุดเด่นของห้อง

ตัวอย่าง:
ราคาตลาด 12,000 บาท
ห้องมีเครื่องซักผ้า +1,000
ชั้นสูง +500
วิวสระ +500

ราคาที่ควรประกาศ = 14,000 บาท

คำนวณให้คุ้มกับกำไรจริง (Yield) ไม่ใช่แค่ราคาเช่า

การปล่อยเช่าที่ดีควรมี Yield อย่างน้อย 4–6% ต่อปี
สูตรคือ: Yield = (ค่าเช่าต่อปี ÷ ราคาห้อง) × 100

ตัวอย่าง:
ค่าเช่า: 14,000 บาท
รายปี: 168,000 บาท
มูลค่าห้อง: 2.5 ล้าน

👉 Yield = 6.72% (ถือว่าดีมาก)

ถ้าคิดแล้วต่ำกว่า 3% = ไม่คุ้ม
ควรปรับราคา หรือหาวิธีเพิ่มความน่าอยู่เพื่อเพิ่มราคาเช่า

ตั้งราคาให้สู้คู่แข่งได้ (Competitive Price)

บางโครงการมีผู้ปล่อยเช่าเยอะมาก เช่น คอนโดใกล้ BTS หรือย่านมหาวิทยาลัย ในการแข่งขันสูงแบบนี้ ต้องตั้งราคาที่ “ดูดีที่สุดในกลุ่มเดียวกัน”

✔ ควรตั้งราคาแบบนี้

  • ถ้าคู่แข่งห้องคล้ายกันอยู่ที่ 13,000 → ตั้ง 12,500
     
  • ถ้าห้องคุณเฟอร์ดีกว่า → ตั้งเท่าคู่แข่ง + โชว์ภาพสวย ๆ
     

✔ เทคนิคเพิ่มมูลค่าโดยไม่ต้องลดราคา

  • ถ่ายรูปใหม่แบบสว่าง ๆ
     
  • ตกแต่งห้องเล็กๆ เช่น ผ้าม่านที่ดูดี
     
  • เสนอความคุ้มค่า เช่น ฟรีค่าส่วนกลาง ฟรีเคเบิล ฟรีอินเทอร์เน็ต
    (บางทีผู้เช่าเลือกห้องจากสิ่งนี้มากกว่าราคา!)
     

คิดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องก่อนตั้งราคาจริง

ปล่อยเช่าไม่ได้มีแค่รายรับ แต่มี รายจ่าย ที่ต้องรู้ก่อนจะกำไรจริงหรือไม่ เช่น

รายจ่ายหลัก

  • ค่าส่วนกลางรายเดือน
     
  • ค่าซ่อมบำรุง
     
  • ค่าเปลี่ยนเฟอร์/เครื่องใช้ไฟฟ้า
     
  • ค่าทำความสะอาดก่อนเข้า–หลังออก
     
  • ภาษี (กรณีปล่อยเช่าจริงจัง)
     

ให้บวกค่าใช้จ่ายทั้งหมด แล้วดูว่า
👉 ราคาที่เราตั้งยังคุ้มอยู่ไหม?

ราคาเช่าที่ดึงดูดที่สุด = ราคาที่ “คุ้มค่า” สำหรับผู้เช่า

ในสายตาผู้เช่า เค้าไม่ได้มองแต่ “ราคาเท่าไร” แต่จะดูว่า “จ่ายเท่านี้ ได้อะไรบ้าง?”

ตัวอย่าง 2 ห้องราคาเท่ากัน 13,000 บาท

ห้อง A

ห้อง B

เฟอร์น้อย ไม่มีเครื่องซักผ้า

เฟอร์ครบ + เครื่องซักผ้า

รูปมืด ๆ

รูปสวยสว่าง

ต้องจ่ายค่าส่วนกลางเอง

เจ้าของจ่ายให้

แน่นอนว่า ห้อง B ปิดดีลง่ายกว่าเยอะ แม้จะตั้งราคาเท่ากันก็ตาม

👉 นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “Perceived Value” = คุณค่าที่ผู้เช่ารู้สึกว่าได้รับ

ตั้งราคาเช่าตามฤดูกาล (Seasonal Pricing)

คอนโดปล่อยเช่า ก็เหมือนโรงแรมหรือที่พัก ความต้องการจะมาก–น้อยแตกต่างกันในแต่ละเดือน

✔ ช่วงปล่อยง่าย (ตั้งราคาได้แพงขึ้นนิด)

  • เปิดเทอม มหาวิทยาลัย
     
  • ช่วงบริษัทเปิดรับพนักงานใหม่
     
  • ช่วงย้ายงานต้นปี
     

✔ ช่วงปล่อยยาก

  • ต้นฝน – กลางปี
     
  • เดือนที่คนไม่ค่อยย้ายห้อง

ในช่วงแบบนี้ ถ้าตั้งราคาแพงเกินไป ห้องอาจว่างนาน

วิธีเพิ่มราคาเช่าแบบต้นทุนน้อย แต่ผลลัพธ์คุ้มสุด

ถ้าอยากปล่อยราคาได้สูงขึ้น ลองลงทุนสิ่งเล็ก ๆ ที่ผู้เช่าชอบ:

✔ เครื่องซักผ้า

เพิ่มราคาได้ 800–1,000 บาท/เดือน

✔ เปลี่ยนผ้าม่านสวย ๆ

เพิ่มมูลค่าห้องแบบเห็นผล

✔ ไฟ Warm Light + หลอดใหม่

ทำให้ภาพถ่ายห้องออกมาดูแพงกว่าเดิม

✔ ฟูกเตียงคุณภาพดี

ผู้เช่าที่นอนสบาย จะอยู่ยาวขึ้น ลดปัญหาย้ายออกบ่อย

บทความที่เกี่ยวข้อง (3)